ReadyPlanet.com
dot
dot
ดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
dot
bulletเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
bulletสัญญาณแบบนี้...ท้องแล้วจ้า
bulletแพ้ท้องทำอย่างไร
bulletพาคุณแม่ไปฝากครรภ์
bulletสิ่งที่แม่ควรปฏิบัติระหว่างตั้งครรภ์
bulletครรภ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
bulletดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
bulletการเตรียมพร้อมก่อนคลอด
bulletการเจ็บท้องและการคลอด
dot
แม่ท้องต้องวางแผน
dot
bulletสิทธิประกันสังคม
bulletราคา Package คลอด
bulletShopping List
bulletเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletราคานมผสม
dot
แนะนำคุณหมอ
dot
bulletสูติ-นรีแพทย์
bulletกุมารแพทย์
dot
Recommended Links
dot
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletหมอชาวบ้าน
bulletห้องสมุดศิริราช
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletมีบุตรยาก
bulletร้านนมแม่
bulletของใช้สำหรับแม่และเด็ก
dot
Newsletter

dot


ทดสอบเพศทารก
ร้านนมแม่
bfd center


คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด

"จะคลอดธรรมชาติ หรือ จะผ่าคลอด ดีนะ ?"

เป็นคำถามสั้นๆ ที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เจ้าตัวน้อยอยู่มักกังวล โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก ก่อนจะตอบคำถาม ผมคิดว่าคุณแม่ควรทำความเข้าใจกับวิธีการคลอดแบบต่างๆ ก่อนพอควรครับ

คนเราคลอดได้กี่วิธี

เมื่อพูดถึงการคลอด การที่คุณแม่เบ่งคลอดเองทางช่องคลอดถือว่าเป็นการคลอดตามธรรมชาติหรือการคลอดปกติ ซึ่งส่วนมากก็มักจะลงเอยด้วยความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อยที่คลอดออกมา มีคุณแม่จำนวนไม่มากที่ยังคงคลอดทางช่องคลอดนี่แหละแต่คลอดเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องมือ เช่น คีม หรือเครื่องดูดสุญญากาศช่วยคลอดออกมา กรณีนี้มักจะพบในกรณีที่คุณแม่ไม่มีแรงเบ่ง เบ่งไม่เป็น หรือหัวของลูกหมุนผิดตำแหน่ง แทนที่จะก้มหัวคลอดออกมา กลับแหงนหน้าออกมาแทน เป็นต้น

 
นอกจากสองวิธีนี้แล้ว ยังมีการคลอดอีกวิธีหนึ่งก็คือการผ่าตัดคลอดเอาลูกออกทางหน้าท้อง

การผ่าตัดคลอดเป็นวิธีที่แพทย์ส่วนมากจะสงวนเอาไว้ใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ เช่น ลูกคลอดทางช่องคลอดไม่ได้เพราะตัวใหญ่มาก ลูกนอนอยู่ในท่าหรือแนวที่ผิดปกติ เช่นเอาก้นลงมาอยู่ข้างล่างตอนใกล้คลอดแทนที่จะเอาหัวลงมา หรือบางกรณีก็ผ่าตัดเพราะปัญหาอื่น เช่น รกเกาะต่ำขวางที่ปากมดลูกและมีเลือดออกมาหากทิ้งไว้นานอาจเป็นอันตรายทั้งแม่และลูกในท้องได้ ในบางรายที่คุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และลูกในท้องไม่ค่อยจะแข็งแรงเสี่ยงที่จะขาดออกซิเจนขณะเจ็บท้องคลอดได้ กรณีอย่างนี้คุณหมอก็อาจจะต้องผ่าตัดคลอดเพื่อความปลอดภัยของลูกเช่นกัน

ถึงแม้ไม่มีปัญหาก็อยากจะผ่าคลอดได้ไหม

ในอดีตการผ่าตัดคลอดเสี่ยงอันตรายไม่น้อย แต่ปัจจุบันการผ่าตัดคลอดจัดเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยสูง ดังนั้นทั้งคุณหมอและคุณแม่จึงนิยมผ่าตัดคลอดกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ผ่าเพราะเหตุผลทางการแพทย์ก็เปลี่ยนไปเป็นเหตุผลอื่นๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ผ่าเพราะกลัวเจ็บ เพราะถ้าคลอดเองกว่าจะคลอดต้องเจ็บท้องทรมานนานทีเดียว คนเดี๋ยวนี้อดทนสู้คนสมัยก่อนไม่ค่อยได้ บางคนก็ผ่าเพราะกลัวช่องคลอดฉีกขาดมาก กลัวช่องคลอดหลวมหลังคลอดซึ่งจะทำให้มีปัญหาเพศสัมพันธ์ในภายหลัง และบางคนก็ขอร้องให้คุณหมอผ่าตัดเพราะเลือกวันเวลาที่สะดวกเนื่องจากมีปัญหาหลายประการ เช่น ปัญหาการทำงาน บ้านอยู่ไกล หรือปัญหาจราจร ที่ดูจะไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไรแต่มีทำกันไม่น้อยก็คือการผ่าคลอดโดยดูตามฤกษ์ยาม

 ผ่าท้องคลอดไม่มีอันตรายจริงหรือ

แม้จะยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการผ่าตัดคลอดในปัจจุบันมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการผ่าตัดคลอดจะไม่มีอันตรายอะไรเลย และเมื่อเปรียบเทียบกับการคลอดทางช่องคลอดแล้ว การผ่าตัดคลอดก็ยังคงมีอันตรายมากกว่าการคลอดทางช่องคลอดอยู่ดี

อันตรายจากการผ่าตัดคลอดเมื่อเปรียบเทียบกับการคลอดทางช่องคลอดที่ควรทราบมีหลายประการ ได้แก่

1. การผ่าตัดคลอดจะทำได้ คุณแม่ต้องได้รับยาระงับความรู้สึกหรือยาสลบ ซึ่งบางครั้งอาจมีภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น การมีความดันโลหิตลดต่ำลงทันทีจากการบล็อกหลัง การสำลักน้ำหรืออาหารเข้าไปในหลอดลมจากการดมยาสลบ นอกจากปัญหาที่แม่แล้ว ลูกที่คลอดออกมาจากแม่ที่ได้รับยาสลบอาจเกิดการขาดออกซิเจนและตัวเขียวได้

2. การผ่าคลอดต้องใช้มีดกรีดทั้งที่หน้าท้องและมดลูกเป็นแผลขนาดใหญ่ ทุกครั้งที่กรีดมีดจะมีการเสียเลือดจำนวนไม่น้อยตามมา ในขณะที่การคลอดทางช่องคลอดมีแผลที่ช่องคลอดเพียงเล็กน้อยและเสียเลือดน้อยกว่ากันมาก ถ้าคุณแม่ที่มีปัญหาเลือดจางอยู่แล้วต้องรับการผ่าคลอดอาจเกิดอันตรายได้ง่าย

3. การผ่าตัดคลอดมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าการคลอดทางช่องคลอด และมักเป็นการติดเชื้อที่รุนแรงในช่องท้อง บางรายอาจเสียชีวิตได้

4. การผ่าตัดคลอดมีโอกาสลงมีดไปโดนอวัยวะอื่น เช่น ลำไส้หรือ กระเพาะปัสสาวะได้ โดยเฉพาะในรายที่เป็นการผ่าตัดคลอดท้องหลังเพราะการผ่าตัดคลอดครั้งแรกมีผลทำให้เกิดพังผืดในช่องท้องค่อนข้างมาก

5. การผ่าตัดคลอดจะทำให้คุณแม่เจ็บแผลหลังคลอดมากและนานกว่าการคลอดทางช่องคลอด บางคนผ่ามา 3-5 วันแล้วยังเดินไม่ค่อยไหว ให้ลูกกินนมแม่ยังไม่ได้เพราะปวดแผลก็มี แต่ถ้าคลอดทางช่องคลอดหลังคลอดวันเดียวก็เดินได้แล้ว

 
ควรบล็อกหลังหรือดมยาเวลาผ่าคลอด

ดังที่กล่าวแล้วว่าการผ่าตัดคลอดจะทำได้ คุณแม่ต้องได้รับการระงับปวดหรือระงับความรู้สึกเสียก่อน ซึ่งทั้งสองวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

การระงับปวด ทำได้โดยการฉีดยาชาเข้าที่ไขสันหลัง หรือที่เรียกว่า บล็อกหลัง การกระทำดังกล่าวมีข้อดีตรงที่ลูกไม่ต้องถูกกดการหายใจและคุณแม่ยังรู้สึกตัวขณะผ่าตัด แต่จะหมดความรู้สึกเฉพาะส่วนล่างของร่างกายตั้งแต่เหนือเอวเล็กน้อยไปจนถึงนิ้วเท้าเท่านั้น วิธีนี้คุณแม่สามารถชื่นชมลูกได้ตั้งแต่ขณะผ่าตัด อย่างไรก็ตาม มีข้อเสียบ้างตรงที่คุณหมอจะต้องแทงเข้มขนาดเล็กเข้าบริเวณกระดูกสันหลังระดับเดียวกับบั้นเอวของคุณแม่เพื่อฉีดยาชาเข้าไปในบริเวณนั้น การแทงเข็มบริเวณดังกล่าวอาจทำให้คุณแม่เจ็บบริเวณสันหลังหรือเสียวร้าวไปถึงขาได้ นอกจากนี้การแทงเข็มต้องทำอย่างระมัดระวัง ซึ่งต้องใช้เวลาบ้าง วิธีนี้จึงไม่เหมาะในกรณีที่ต้องรีบคลอดลูกน้อยโดยเร็ว หรือคุณแม่บางรายอาจมีความดันโลหิตลดต่ำลงทันทีจากการบล็อกหลัง

สำหรับการทำให้ผู้ป่วยหมดความรู้สึก ทำได้โดยการฉีดยาให้ผู้ป่วยหลับแล้วใส่ท่อช่วยหายใจ หรือที่เรียกว่า ดมยา การใช้วิธีนี้มีข้อดีที่ใช้เวลาในการเตรียมไม่นาน เหมาะสำหรับรายที่ต้องการให้ลูก คลอดอย่างรวดเร็ว แต่มีข้อเสียตรงก๊าซที่ใช้ดมยาสลบอาจกดการหายใจของลูก ทำให้ลูกตัวเขียวได้ และคุณแม่เอง อาจมีอาการเจ็บคอในภายหลังการดมยาจากการใส่ท่อช่วยหายใจ บางครั้งอาจเกิดการติดเชื้อในคอหรือในปอด สำลักน้ำหรืออาหารเข้าไปในหลอดลมได้

เคยผ่าคลอดแล้วต้องผ่าอีกหรือไม่

ภายหลังการผ่าตัดคลอด มดลูกของคุณแม่จะมีแผลที่เกิดจากการผ่าตัดซึ่งจะทำให้มดลูกไม่แข็งแรง คล้ายแก้วที่เคยร้าวแล้วใช้กาวเชื่อมติดไว้ เมื่อมีการตั้งท้องครั้งใหม่มดลูกของคุณแม่อาจแตกได้ตอนใกล้ๆคลอดหรือตอนเจ็บท้องคลอด ดังนั้นคุณหมอส่วนมากจึงมักแนะนำให้คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาแล้วรับการผ่าตัดคลอดซ้ำ โดยการผ่าตัดครั้งหลังนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้คุณแม่เจ็บท้องก่อน

มีคุณแม่บางรายที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อนและคุณหมอแนะนำให้คลอดทางช่องคลอดได้ รายเช่นนี้คุณหมอต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างละเอียดว่าต้องไม่เสี่ยงต่อการแตกของมดลูก เช่น ลูกต้องตัวไม่ใหญ่มาก แม่มีแรงเบ่งดี เป็นต้น ในขณะดูแลคุณแม่ตอนเจ็บท้องคลอดก็ต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถดูแลคุณแม่อย่างดี มีอุปกรณ์ดูแลพร้อมเพรียงและถ้าจำเป็นสามารถผ่าตัดคลอดได้ทันที

สุดท้าย

การคลอดเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ จึงควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ การผ่าตัดคลอดโดยไม่มีเหตุผลและความจำเป็นที่เพียงพอ อาจทำให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์เสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็นได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะคลอดด้วยวิธีใด ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอในการตัดสินใจเพื่อให้เหมาะสมกับคุณแม่แต่ละคนมากที่สุดน่าจะเป็นการดีกว่านะครับ
 




คุณแม่อยากรู้

6 คำถามยอดฮิต ...ท้องแล้วมีเซ็กส์ได้ไหม
ลูกของฉันครบ 32 หรือเปล่า
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับลูกน้อยในครรภ์
เคล็ดลับนอนหลับดีระหว่างตั้งครรภ์ article
เรื่องน่าหงุดหงิดของคนท้อง article
การออกกำลังกายระหว่างตั้งครรภ์ article
คลายเครียดระหว่างตั้งครรภ์ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.