ReadyPlanet.com
dot
dot
ดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
dot
bulletเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
bulletสัญญาณแบบนี้...ท้องแล้วจ้า
bulletแพ้ท้องทำอย่างไร
bulletพาคุณแม่ไปฝากครรภ์
bulletสิ่งที่แม่ควรปฏิบัติระหว่างตั้งครรภ์
bulletครรภ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
bulletดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
bulletการเตรียมพร้อมก่อนคลอด
bulletการเจ็บท้องและการคลอด
dot
แม่ท้องต้องวางแผน
dot
bulletสิทธิประกันสังคม
bulletราคา Package คลอด
bulletShopping List
bulletเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletราคานมผสม
dot
แนะนำคุณหมอ
dot
bulletสูติ-นรีแพทย์
bulletกุมารแพทย์
dot
Recommended Links
dot
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletหมอชาวบ้าน
bulletห้องสมุดศิริราช
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletมีบุตรยาก
bulletร้านนมแม่
bulletของใช้สำหรับแม่และเด็ก
dot
Newsletter

dot


ทดสอบเพศทารก
ร้านนมแม่
bfd center


7 อาการป่วนตอนท้อง

เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น คุณแม่ส่วนมากจะมีอาการผิดแปลกไปจากเดิมได้มากมายหลายประการ บางคนก็มีอาการมาก บางคนก็มีอาการน้อยเอาแน่ไม่ได้ ถ้าเป็นคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์มาก่อนก็อาจจะไม่รู้สึกตกอกตกใจอะไรมากมายนัก แต่ถ้าเป็นคุณแม่มือใหม่ที่เพิ่งจะตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกแล้วละก็ ส่วนมากจะกังวลไปหมดว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ ผมมีโอกาสรับฟังคำถามเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าผมเล่าให้ฟังเลยก็แล้วกันว่าบรรดาอาการที่มาป่วนตอนท้องเหล่านี้ มีอาการอะไรบ้างที่พบได้บ่อยๆ และจะมีวิธีแก้ไขหรือบรรเทากันอย่างไร

แพ้ท้อง

  • คุณหมอคะ หนูตั้งท้องได้ 2 เดือนแล้ว ตอนนี้รู้สึกผะอืดผะอม และแน่นท้องบ่อยๆ จะทำอย่างไรดีคะ
  • หนูตั้งครรภ์ 3 เดือนแล้วคะ ช่วงตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน รู้สึกคลื่นไส้เล็กน้อย แต่ตอนนี้อาการหนักกว่าเดิมอีกคะ เพราะรู้สึกว่าตัวเองจุกที่ลิ้นปี่และเรอบ่อยจังเลยคะ เป็นอันตรายไหมคะ
  • คุณหมอครับ ภรรยาของผมตั้งท้อง 2 เดือนเศษแล้ว แกแพ้ท้องมากกินอะไรไม่ได้และ อาเจียนทั้งวันมาซักอาทิตย์นึงแล้วครับ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าภรรยาของผมดูโทรมมาก ตาลึกเลยครับ เพิ่งชั่งน้ำหนักเมื่อวานนี้ น้ำหนักลดจากเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนตั้ง 3 กิโลกรัม ภรรยาและลูกในท้องจะเป็นอันตรายไหมครับ

ไขข้อข้องใจ    
        
คำถามดังกล่าวข้างต้นคือคำถามเกี่ยวกับอาการแพ้ท้องที่ผมประสบพบเจอเป็นประจำครับ อาการแพ้ท้องเป็นอาการที่คุณแม่ส่วนมากคุ้นเคยกันดี  สมัยก่อนเวลาจะดูว่าผู้หญิงคนไหนท้องหรือเปล่า ก็ให้สังเกตว่าอยู่ๆก็มีอาการคลื่นไส้อาเจียนหรือไม่ ถ้ามีให้สงสัยไว้ก่อนว่าน่าจะท้อง 
       
ทำไมถึงเป็น
       
ทำไมคนเราถึงแพ้ท้องตอบยากครับ แต่วงการแพทย์มีการศึกษากันไม่น้อย และเชื่อกันว่าน่าจะมีสาเหตุได้ 2 ประการครับ

ประการแรก การแพ้ท้องน่าจะเป็นกลไกของร่างกายคุณแม่ที่จะปฎิเสธสิ่งที่คุณแม่จะกินเข้าไปทุกชนิดเพราะกลัวว่าจะไปทำอันตรายต่อตัวลูกน้อยในท้อง เหตุที่เชื่อเช่นนั้นก็เพราะพบว่าส่วนมากแล้วช่วงเวลาที่คุณแม่แพ้ท้องมักจะเป็นช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลูกกำลังมีการสร้างอวัยวะต่างๆ มากมาย ภายหลัง 3 เดือนไปแล้ว การสร้างอวัยวะต่างๆจะเสร็จสิ้นเกือบหมดแล้ว การแพ้ท้องก็มักจะหายตามไปด้วย

ประการที่ 2 น่าจะเกี่ยวข้องกับปริมาณของฮอร์โมนที่สร้างมาจากรกที่ชื่อว่า Human Chorionic Gonadotrophin หรือเรียกย่อๆว่า HCG  ยิ่งมีเนื้อรกมากก็จะยิ่งสร้างฮอร์โมน HCG ได้มาก อาการแพ้ท้องก็จะยิ่งมากตามไปด้วย  การที่เชื่อเช่นนี้เพราะพบว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดซึ่งรกมักมีขนาดใหญ่ หรือเป็นโรคครรภ์ไข่ปลาอุก (การตั้งครรภ์ผิดปกติที่ไม่มีตัวเด็กมีแต่รกที่มีการเจริญเติบโตมากผิดปกติ) ซึ่งภาวะทั้ง 2 นี้มีการสร้างฮอร์โมน HCG มากทั้งคู่
        
ความรุนแรง 
        
คุณแม่แต่ละคน เวลาแพ้ท้องจะมีอาการรุนแรงไม่เท่ากันครับ บางคนก็แค่ผะอืดผะอม บางคนก็อาเจียนออกมาเป็นบางครั้ง ในขณะที่บางคนแพ้รุนแรงมาก ทานอะไรไม่ได้เลย จนดูโทรม ตาลึกโบ๋ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยและสีเหลืองเข้ม กรณีหลังต้องรีบไปหาหมอแล้วละครับ 
          
แก้ไขอย่างไร
         
ถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อย สามารถแก้ไขหรือบรรเทาอาการได้โดยเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหาร โดยควรรับประทานอาหารที่มีลักษณะดังนี้  ย่อยง่าย มีสารอาหารที่มีคุณค่า อาจเป็นน้ำผลไม้สด กับขนมปังกรอบหรือน้ำขิง เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
        
ถ้ามีอาการปานกลาง นอกจากปรับวิธีรับประทานอาหารแล้ว ควรรับประทานยาบางชนิดช่วย เช่น ยาแก้หรือบรรเทาอาการอาเจียน ยาช่วยย่อย ยาขับลม
        
ถ้ามีอาการรุนแรง ไปนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือเถอะครับ  มิฉะนั้นอาจย่ำแย่จากการขาดน้ำได้นะครับ

เส้นเลือดขอด

  • คุณหมอคะ  หนูเพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรก สังเกตว่าที่บริเวณต้นขา และน่องมีเส้นเลือดสีเขียวเส้นเล็กขึ้นมาเต็มไปหมดเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเป็นเลย แต่ก็ไม่เจ็บปวดอะไร เป็นอันตรายไหมคะ
  • ดิฉันตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 แล้วคะ  รู้สึกว่าที่ต้นขามีเส้นเลือดปูดออกมาคล้ายกับตัวหนอนเลย  ดิฉันต้องยืนวันละนานๆ เพราะมีอาชีพเสริมสวยคะ บางครั้งก็รู้สึกปวดที่บริเวณเส้นเลือดที่ขา จะทำอย่างไรดีคะ ต้องผ่าตัดไหมคะ กลัวจังเลยคะ

ทำไมถึงเป็น
          
ขณะตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นจะไปกดทับหลอดเลือดดำใหญ่ภายในช่องท้องเหมือนเป็นเขื่อนไปกั้นน้ำทำให้หลอดเลือดดำส่วนที่อยู่ต่ำกว่ามดลูกมีความดันในหลอดเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดเล็กๆบริเวณโคนขา น่อง เท้า ฯลฯ โป่งพองขึ้น โดยปกติภาวะนี้ไม่มีอันตรายอะไรหรอกครับ และจะหายได้เองภายหลังคลอด จะมีคุณแม่เพียงบางรายเท่านั้น ที่อาจมีเส้นเลือดขอดมาตั้งแต่ก่อนท้อง เมื่อมีการตั้งท้องขึ้นเลยทำให้อาการของเส้นเลือดขอดรุนแรงขึ้น บางคนแลเห็นเส้นเลือดปูดออกมาสีเขียวๆเหมือนตัวหนอนดูน่ากลัวก็มีครับ
        
ป้องกันและแก้ไข 

คุณแม่ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการยืน นั่ง และนอน ดังนี้ครับ หลีกเลี่ยงการเดิน ยืน หรือนั่งห้อยเท้านานๆ  ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรใช้ผ้าพันแผลชนิดยืดพันรอบจากเท้ามาถึงใต้หัวเข่าหรือโคนขา จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดขอดเป็นมากขึ้น เวลานอนควรหาหมอนหนุนเท้าให้สูงกว่าปกติ เลือดจะได้ไม่ไหลไปกองที่เท้า อาการของเส้นเลือดขอดก็จะลดลง

ริดสีดวงทวาร

  • ตอนนี้ตั้งท้องได้ 8 เดือนแล้ว รู้สึกมีก้อนตุงๆที่รูก้น ลองเอามือคำดูก็ไม่เจ็บอะไร จะเป็นอันตรายไหมคะ
  • คุณหมอคะ หนูชอบรับประทานอาหารรสเผ็ดมากคะ ตอนช่วงท้องใหม่ๆก็ไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเวลาถ่ายอุจจาระจะแสบที่ก้นและบางครั้งมีเลือดติดมากับอุจจาระด้วย (หนูท้อง 8 เดือนแล้วคะ) หนูเป็นริดสีดวงใช่ไหมคะ และจะเป็นอันตรายไหมคะ
  • หนูถ่ายอุจจาระมีเลือดปนคะ ไปตรวจที่คลินิก คุณหมอบอกว่าเป็นริดสีดวงทวารหนัก แต่ทำไมคลำก้อนริดสีดวงไม่ได้เหมือนของเพื่อนหนูคะ

ไขข้อข้องใจ
        
อาการที่คุณแม่ถามกันดังกล่าวข้างต้น คืออาการของความผิดปกติในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เรียกว่า ริดสีดวงทวาร ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมากปัญหาหนึ่งเลยทีเดียว
        
ทำไมถึงเป็น
         
ความจริงริดสีดวงทวาร ก็คือหลอดเลือดดำที่อยู่บริเวณทวารหนักนั่นเอง ซึ่งหลอดเลือดดำบริเวณนี้จะมีลักษณะพิเศษก็คือ มันจะรวมกันเป็นกระจุก เวลาคุณแม่มีการตั้งท้อง มดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะกดหลอดเลือดดำใหญ่ในช่องท้องทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดีและมาคั่งอยู่ที่หลอดเลือดบริเวณก้น ทำให้กระจุกเลือดนี้ปูดออกมาเป็นก้อน เวลาถ่ายอุจจาระไปโดนจะทำให้เจ็บได้ ยิ่งบางคนท้องผูกหรืออุจจาระแข็งต้องเบ่งถ่ายเป็นเวลานาน อุจจาระอาจไปครูดกับริดสีดวงทำให้หลอดเลือดฉีกขาดเวลาถ่ายจึงมีเลือดสดปนมากับอุจจาระ
        
แก้ไข

คุณแม่ควรรับประทานผัก ผลไม้ และน้ำให้มากๆครับ ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา อย่ากั้นอุจจาระโดยไม่จำเป็น ใช้ยาระบายเป็นครั้งคราวถ้าจำเป็น 
 
อืด แน่นท้อง

  • คุณหมอคะ หนูไม่รู้เป็นอะไร ตั้งแต่ตั้งท้อง เวลากินอะไรเข้าไป ทำไมอืดแน่นท้องง่ายจังเลย บางทีแน่นมากๆ อาเจียนออกมาเลยก็มีคะ เป็นอันตรายไหมคะ
  • คุณหมอที่หนูไปฝากท้องด้วยแนะนำให้งดทานของมันๆและงดดื่มโค๊กเพราะจะทำให้อืดแน่นท้องได้ง่าย หนูก็ปฏิบัติตามคะ แต่บางครั้งมันอยากกินมากจะกินนิดหน่อยได้ไหมคะ   

ไขข้อข้องใจ
     
อาการอืด แน่นท้อง เป็นอาการที่พบบ่อยมากอีกอาการหนึ่งในคุณแม่ขณะตั้งครรภ์
      
ทำไมถึงเป็น
       
เมื่อมีการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการสร้างฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ขึ้นมาหลายชนิด ซึ่งมีผลรวมๆ กัน ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานช้าลง เวลาทานอาหารคุณแม่จึงรู้สึกอึดอัดและแน่นท้องได้ง่าย
        
แก้ไข

  • คุณแม่ควรทานอาหารที่ย่อยง่ายๆ งดเว้นอาหารที่ย่อยยาก เช่นอาหารมันๆ หรืออาหารที่จะทำให้เกิดแก็สได้ง่ายๆ เช่น น้ำอัดลมเป็นต้น
  • ควรรับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยมื้อ  อย่าทานทีละเยอะๆ  เหตุผลก็เพราะถ้าอาหารที่ทานเข้าไปย่อยยากหรือไม่ทัน เดี๋ยวจุกอกตายได้นะครับ

อยากรับประทานของแปลกๆ

  • หนูเพิ่งจะท้องแรกคะ ตอนนี้ท้องได้ 2 เดือนอยากกินของเปรี้ยวๆจังเลย ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ เพราะก่อนนี้ก็ไม่เคยชอบของเปรี้ยวเลยคะ
  • ตอนนี้หนูท้อง 2 เดือนแล้วคะ หนูอยากกินลาบเลือดสดๆจังเลยคะ เพื่อนๆเขาหาว่าสงสัยหนูจะมีผีสิง ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้คะ หนูอยากกินจริงๆคะ แต่กลัวเป็นอันตรายคะ

ไขข้อข้องใจ
     
เมื่อมีการตั้งท้อง คุณแม่บางคนอาจรู้สึกอยากกินของแปลกๆ ของแปลกๆที่ว่าบางอย่างก็เป็นอาหารเพียงแต่เป็นอาหารที่แต่เดิมตัวคุณแม่เองไม่ได้ชอบทานซักเท่าไรหรอก เช่น อาหารเผ็ดจัด หวานจัด หรือมีกลิ่นคาวมาก ของแปลกบางอย่างไม่ใช่อาหารแต่คุณแม่อยากกินก็มี เช่น ดินสอพอง เป็นต้น แต่คนที่อยากกินหิน กินปูน กินถนน ไม่ถือว่าอยากกินของแปลกครับ
        
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
        
ยังตอบไม่ได้ครับ เชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจากอิทธิพลของฮอร์โมนที่สร้างมาจากการตั้งท้อง
         
ทำอย่างไรดี
        
ถ้าอยากทานอาหารที่ไม่เป็นอันตรายอะไร ก็เชิญตามสบายครับ แต่อาหารบางอย่างหรือของแปลกๆที่ไม่ใช่อาหารถ้าอยากทาน ก็ขอให้อดใจไว้ดีกว่าครับหาอะไรอย่างอื่นมาทานแทนจะดีกว่า เดี๋ยวเป็นอันตรายต่อลูกภายหลังจะเสียใจนะครับ

ตกขาว      

  • คุณหมอคะ หนูตั้งครรภ์ 3 เดือนแล้วคะ รู้สึกว่ามีตกขาวมากจังเลยคะ เพราะติดกางเกงในตลอดเวลา แต่ก็ไม่คันนะคะ ทำไมถึงเป็นคะและเป็นอันตรายไหมคะ
  • หนูท้อง 7 เดือนแล้วคะ รู้สึกมีตกขาวสีออกเขียวๆ และก็คันด้วย หนูเป็นเชื้อราหรือเปล่าคะ และจะเป็นอันตรายต่อลูกไหมคะ

ไขข้อข้องใจ
        
อาการตกขาวกับคุณแม่ที่ตั้งท้อง แทบจะเรียกว่าของคู่กันเลยก็ว่าได้ ตกขาวในคุณแม่ที่ตั้งท้องมีได้ทั้งตกขาวที่ปกติและผิดปกติ
        
ทำไมคนท้องจึงมีตกขาวมาก
        
ในขณะไม่ตั้งครรภ์ผู้หญิงทุกคนก็จะมีตกขาวเพื่อหล่อลื่นช่องคลอดอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการตั้งครรภ์ก็จะยิ่งมีตกขาวมากขึ้น การที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ การมีตกขาวมากในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นกลไลการปรับตัวตามปกติสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ครับ และภายหลังคลอดก็จะหายไปได้เอง 
         
ตกขาวอย่างไรที่ปกติและผิดปกติ
        
ตกขาวที่ปกติมักมีลักษณะเป็นมูกสีขาวๆ แต่ถ้าคุณแม่คนใดที่มีตกขาวเปลี่ยนสีไป อาจจะเป็นสีเหลืองหรือเขียว หรือมีอาการบางอย่างร่วมด้วย เช่น คันช่องคลอด หรือปวดในช่องคลอด อย่างนี้ไม่น่าจะปกติและควรจะรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาจมีการติดเชื้อในช่องคลอด โดยเฉพาะเชื้อราได้

เหนื่อยง่าย ง่วงนอน

  • หนูท้อง 3 เดือนคะ ไม่รู้ว่าทำไมถึงง่วงนอนง่ายจัง ทั้งที่ตอนกลางคืนก็นอนพอคะ
  • ที่ทำงานของหนู อยู่ชั้น 2 ของตึก หนูต้องเดินขึ้นบันไดทุกวัน  ตอนก่อนท้องก็ไม่ค่อยจะเป็นอะไร แต่ตอนนี้หนูท้อง 4 เดือนแล้วคะ ทำไมถึงเหนื่อยมากจัง  ตอนคลอดหนูกลัวไม่มีแรงเบ่งจังเลยคะ

ไขข้อข้องใจ ทำไมจึงเหนื่อยและง่วง
         
ฮอร์โมนที่สร้างขึ้นขณะตั้งครรภ์ร่วมกับท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  จะทำให้คุณแม่หายใจไม่ค่อยสะดวกหรือไม่เต็มปอด จึงทำให้คุณแม่รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติและง่วงนอนบ่อยครับ
         
วิธีแก้ไข
        
การพักผ่อนให้มากกว่าช่วงไม่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าคุณแม่สามารถนอนช่วงกลางวันหรือหลังรับประทานอาหารได้ละก็จะทำให้คุณแม่มีอาการดีขึ้นได้ครับ

ข้อเตือนใจ
     

อาการต่างๆที่เล่ามาข้างต้นสามารถพบได้ในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ส่วนมาก ส่วนอาการจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับคุณแม่แต่ละคนครับ บางคนก็เป็นมากบางคนก็เป็นน้อย อาการต่างๆเหล่านี้มักจะหายไปได้เองภายหลังคลอดไปแล้ว คุณแม่จึงไม่ควรจะกังวลมากเกินไป อย่างไรก็ตามถ้าไม่แน่ใจหรือไม่สบายใจว่าอาการเหล่านี้จะเป็นอันตรายหรือไม่ ก็ควรจะปรึกษากับคุณหมอที่ดูแลคุณแม่อยู่นะครับ

รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/




แม่ท้องต้องดูแล

น้ำคร่ำร้าย ฆ่าแม่ตายระหว่างคลอด
บาดเจ็บจากการคลอด
10 โฉมหน้าโรคแทรกซ้อน แม่ท้องต้องระวัง
ท้องนอกมดลูก
เจาะถุงน้ำคร่ำ อันตราย?
ครรภ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ article
วิธีปฏิบัติตัวให้ถูกต้องในช่วงเวลาที่คุณตั้งครรภ์
ระวัง! ดื่มนมระหว่างตั้งครรภ์



Copyright © 2010 All Rights Reserved.