ReadyPlanet.com
dot
dot
ดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
dot
bulletเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
bulletสัญญาณแบบนี้...ท้องแล้วจ้า
bulletแพ้ท้องทำอย่างไร
bulletพาคุณแม่ไปฝากครรภ์
bulletสิ่งที่แม่ควรปฏิบัติระหว่างตั้งครรภ์
bulletครรภ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
bulletดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
bulletการเตรียมพร้อมก่อนคลอด
bulletการเจ็บท้องและการคลอด
dot
แม่ท้องต้องวางแผน
dot
bulletสิทธิประกันสังคม
bulletราคา Package คลอด
bulletShopping List
bulletเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletราคานมผสม
dot
แนะนำคุณหมอ
dot
bulletสูติ-นรีแพทย์
bulletกุมารแพทย์
dot
Recommended Links
dot
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletหมอชาวบ้าน
bulletห้องสมุดศิริราช
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletมีบุตรยาก
bulletร้านนมแม่
bulletของใช้สำหรับแม่และเด็ก
dot
Newsletter

dot


ทดสอบเพศทารก
ร้านนมแม่
bfd center


วิกฤตขาด “แพทย์วิสัญญี” ข้อกังวล “ผ่าคลอด” เสี่ยง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 สิงหาคม 2553 07:43 น.


       ถือว่าก่อให้เกิดกระแสความวิตกกังวลในแวดวงคนรักสุขภาพตลอดจนประชาชนทั่วไปไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับข่าว “รพ.เล็กเจ้าหน้าที่ชั่วโมงบินต่ำ ผ่าท้องคลอดเจอโรคแทรกเพียบ” ที่เมื่อวิสัญญีพยาบาล รพ.อ่างทอง ออกมาเปิดเผยว่า จากการสังเกตการณ์ของบุคลากรในโรงพยาบาล พบว่า การเข้ารับบริการในการผ่าตัดคลอดของหญิงไทย ใน รพ.ท้องถิ่น มักประสบปัญหาเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อน จากการให้ยาชาทางช่องไขสันหลัง หรือ “บล็อกหลัง” ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ความดันโลหิตต่ำ โดยปัญหานี้สืบเนื่องมาจากความไม่ชำนาญของแพทย์และบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างจังหวัด
      
       ...เท็จ? จริง? อย่างไร และทางแก้อยู่ตรงไหน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทุกวันนี้ คุณแม่ยุคใหม่หลายราย ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด มักจะเลือกความสะดวกในการคลอดลูกด้วยการ “ผ่าตัด” และยังไม่นับเคสผิดปกติที่คลอดเองไม่ได้ ครรภ์มีความผิดปกติ และแพทย์จำต้องผ่าตลอด...จะปลอดภัยหรือไม่อย่างไร...วันนี้ เรามีทัศนคติและข้อเสนอแนะจากแพทย์ผู้เกี่ยวข้องมาฝากกัน
       รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ จากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า การบล็อกหลังนั้น ผู้ป่วยทุกรายจะต้องได้รับผลข้างเคียง หรือภาวะแทรกซ้อน โดยขณะผ่าตัดมักจะเกิดอาการความดันเลือดตกส่งผลให้ปวดหัว และหลังผ่าตัดอาจมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ เป็นเพราะความดันไขสันหลังต่ำลงชั่วคราว ซึ่งจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ป่วยเอง รวมถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการบล็อกสันหลังให้ ทั้งนี้สิ่งแพทย์พึงระวัง คือ เรื่องของการดูแลผู้ป่วยอย่างดี ทั้งระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิสัญญีแพทย์คอยบริการด้านการดูแลร่วมด้วย เพื่อความปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก เพราะเด็กที่ได้รับการผ่าตัดคลอดมักจะเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ต่อการถูกยาชาไปกดทางเดินหายใจของลูก ทำให้หายใจยาก แพทย์จึงต้องเฝ้าระวังอย่างดี

       “สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย อาจต้องได้รับการพักผ่อนที่มากกว่าผู้ที่มีอายุมาก เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียง่ายกว่า ดังนั้น เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและให้นมบุตรได้โดยไม่มีอุปสรรค ก็จำเป็นต้องใกล้ชิดกับหมอ เพื่อตรวจดูสภาพร่างกายให้มีความพร้อมตลอดเวลา” รศ.นพ.วิชัย
      
       รศ.นพ.วิชัย บอกด้วยว่า สำหรับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทางเทคนิคการวางยาสลบ และการให้ยาชามีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมีเครื่องมือตรวจวัดสภาพร่างกายของคนไข้ก็ละเอียดพอที่จะป้องกันภาวะแทรกซ้อนลงได้ ซึ่งผู้ป่วยเองก็จะได้รับบริการพร้อมคำแนะนำระหว่างพักฟื้น จนกว่าจะแข็งแรง แต่โรงพยาบาลขนาดเล็กนั้นคงต้องอาศัยความร่วมมือจากพยาบาลเป็นหลัก เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจมีน้อย
      
       แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ อธิบายต่อว่า ในกระบวนการผ่าคลอดนั้น จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก ทั้งแพทย์ผู้ผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล ซึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่นั้นการจัดสรรบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้น ผู้ป่วยจึงได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถเข้าไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาได้ตลอดระยะเวลาหากเกิดอาการผิดปกติ

       แต่กรณีของโรงพยาบาลชุมชน ที่มีขนาดเล็ก เช่น โรงพยาบาลอำเภอ นั้นอาจมีแพทย์ผู้ผ่าตัดพร้อม แต่บุคลากรจำเป็นอย่างวิสัญญีแพทย์นั้นมีอยู่อย่างจำกัด และมีภาระหน้าที่มาก ดังนั้นส่วนใหญ่ผู้ที่ทำหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยหลังการคลอดจึงมักเป็นวิสัญญีพยาบาล
      
       นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท บอกว่า กรณีของการบล็อกสันหลังนั้น ตามหลักการทางการแพทย์ต้องกระทำโดยวิสัญญีแพทย์ แต่ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในสังคมไทยคือการขาดแคลนแพทย์วิสัญญีในรพ.ตามต่างจังหวัด ภาระหน้าที่นี้จึงจำต้องตกเป็นบนหน้าตักของ “วิสัญญีพยาบาล” ไปโดยปริยาย
      
       “ประเทศไทยอาจต่างจากเมืองนอกตรงที่มีวิสัญญีแพทย์น้อย จึงต้องอาศัยการผลิตวิสัญญีพยาบาลเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ป่วยร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว
      
       นพ.เกรียงศักดิ์ อธิบายอีกว่า ความแตกต่างระหว่างแพทย์ที่บริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือในพื้นที่เขตเมืองนั้นกับแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดเล็กในเขตชุมชนหรือชนบทนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบบุคลากรทางสาธารณสุขที่มีมานานของสังคม

       “เรื่องทักษะความเชี่ยวชาญนั้นส่วนหนึ่งแพทย์ในชนบทมีน้อยกว่าแพทย์ในเขตเมือง เนื่องจากส่วนใหญ่แพทย์ชนบทเป็นแพทย์ที่จบเรียนจบใหม่ ดังนั้นประสบการณ์ความรู้ย่อมเทียบไม่ได้ แต่ในด้านภาระการงาน เชื่อว่า มีบทบาทที่หนักไม่ต่างกัน และเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ แพทย์ชนบทอาจมีประสบการณ์ที่พัฒนาให้เก่งได้ แต่ก็อาจต้องรับภาระหนักเช่นเดิม และในกรณีของการบริการผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลพิเศษจากบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมกันหลายท่านก็เป็นไปได้ยากสำหรับโรงพยาบาลขนาดเล็กในชนบท เนื่องจากความพร้อมด้านเทคนิคและบุคลากรไม่อาจเทียบเท่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่”
      
       แพทย์ชนบทรายนี้ อธิบายว่า ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้เกิดระบบการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลขนาดเล็กสู่ขนาดใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยหนักต้องพึ่งแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน
      
       สำหรับปัจจัยในการเร่งผลิตแพทย์เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริการผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลขนาดเล็กและโรงพยาบาลขนาดใหญ่นั้น ประธานแพทย์ชนบทกล่าวแนะนำว่า ต้องเร่งสร้างศักยภาพทางวิชาชีพ เช่น อบรมความรู้เพิ่มเติม ในการดูแลรักษาเหลือผู้ป่วย และต้องทำควบคู่กับการเร่งสร้างระบบสวัสดิการของแพทย์ในพื้นที่ชนบทให้ดีขึ้นด้วย เพื่อให้บุคลากรที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่อย่างหนักมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย และสิ่งสำคัญที่ควรเพิ่มเติม ก็คือ เร่งผลิตแพทย์โดยเน้นความรู้เชิงประสบการณ์ กว่าเชิงวิชาการ

 




Mom Update

ข่าวดี! ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก ตรวจคัดกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์ได้
ทัวร์ห้องคลอด-คลอดในน้ำ



Copyright © 2010 All Rights Reserved.