ReadyPlanet.com
dot
dot
ดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
dot
bulletเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์
bulletสัญญาณแบบนี้...ท้องแล้วจ้า
bulletแพ้ท้องทำอย่างไร
bulletพาคุณแม่ไปฝากครรภ์
bulletสิ่งที่แม่ควรปฏิบัติระหว่างตั้งครรภ์
bulletครรภ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
bulletดูแลครรภ์ 40 สัปดาห์
bulletการเตรียมพร้อมก่อนคลอด
bulletการเจ็บท้องและการคลอด
dot
แม่ท้องต้องวางแผน
dot
bulletสิทธิประกันสังคม
bulletราคา Package คลอด
bulletShopping List
bulletเลือกกุมารแพทย์ให้ลูก
bulletราคานมผสม
dot
แนะนำคุณหมอ
dot
bulletสูติ-นรีแพทย์
bulletกุมารแพทย์
dot
Recommended Links
dot
bulletเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
bulletหมอชาวบ้าน
bulletห้องสมุดศิริราช
bulletBussaba Bangkok Boutique Hotel Suvarnabhumi Airport
bulletมีบุตรยาก
bulletร้านนมแม่
bulletของใช้สำหรับแม่และเด็ก
dot
Newsletter

dot


ทดสอบเพศทารก
ร้านนมแม่
bfd center


สารอาหารที่คุณแม่ต้องการ article

         สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์อาหารมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ต้องกินอาหารที่ได้รับจากแม่ผ่านสายรก อาหารที่แม่กินจึงมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์คุณแม่จึงควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสม ได้แก่

  • พลังงาน คุณแม่ต้องได้รับพลังงานจากอาหารประมาณวันละ 2,500 กิโลแคลอรี โดยมาจากอาหารที่ให้พลังงาน ประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน
  • โปรตีน คุณแม่ต้องกินอาหารประเภทโปรตีนเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ ทั้งของแม่และทารก ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองทารกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะระยะ 3 เดือนก่อนคลอดจนถึง 6 เดือนหลังคลอด โดยควรได้รับโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 51 กรัมต่อวัน และควรเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพจากเนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ นม และถั่วเมล็ดแห้ง ถ้าคุณแม่ขาดสารอาหารโปรตีน จะทำให้การทำงานของต่อมน้ำลายผิดปกติ ผลิตน้ำลายได้น้อยลงและจำนวนโปรตีนในน้ำลายลดลง เป็นสาเหตุให้เกิดฟันผุมากขึ้น
  • แคลเซียม ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติ โดยเฉพาะในช่วงเดือนที่ 4-9 ของการตั้งครรภ์ และสูงที่สุดก่อนคลอด โดยควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,200 มิลลิกรัม จากอาหารประเภทปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูก ปลาไส้ตันแห้ง กุ้งแห้ง ผักใบเขียวต่างๆ และนม แคลเซียมจะดูดซึมได้ดีถ้าในอาหารมีโปรตีนและวิตามินซี และวิตามินดี ถ้าขาดแคลเซียม ทารกอาจเป็นโรคกระดูกอ่อนฟันน้ำนมสร้างตัวไม่ดี และอาจทำให้คุณแม่มีอารมณ์แปรปรวนอยู่เสมอ จิตใจว้าวุ่นและอาจเป็นตะคริวได้
  • เหล็ก ร่างกายคุณแม่ต้องการเหล็กมากขึ้น เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดงและเนื้อเยื่อต่างๆ สำหรับแม่และทารกและยังต้องสะสมเหล็กเอาไว้ใช้ในระหว่างคลอด โดยควรได้รับเหล็กวันละประมาณ 45 มิลลิกรัม จากอาหารพบวกเครื่องในสัตว์ต่างๆ เช่น ตับ ไต ม้าม ไข่แดง และผักใบเขียว เช่น ผักโขม ตำลึง ใบชะพลู บวบหอม ถ้าคุณแม่ได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอจะเกิดอาการของโลหิตจางได้ และเพื่อให้การดูดซึมเหล็กเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควรกินอาหารที่มีวิตามินซีสูงร่วมด้วย เช่น ส้ม มะละกอ ฝรั่ง กล้วย
  • ไอโอดีน ในระหว่างตั้งครรภ์ ต่อมไธรอยด์จะทำงานมากขึ้น ทำให้ต้องการไอดีนเพิ่มขึ้นด้วย การได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ จะทำให้คุณแม่เป็นคอหอยพอกได้ และถ้าขาดอย่างรุนแรงจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ตัวเล็ก แคระเกร็น สติปัญญาต่ำ หรือมีความพิการทั้งทางร่างกายและสมอง คุณแม่ควรได้รับไอโอดีนวันละ 175 ไมโครกรัม จากอาหารทะเลต่างๆ และเกลือผสมไอโอดีน
  • วิตามินต่างๆ ช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และช่วยป้องกันโรคขาดวิตามินในทารก คุณแม่จึงควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อร่างกายจะได้รับวิตามินอย่างเพียงพอ อย่างวิตามินซี จะช่วยให้รกแข็งแรง ช่วยให้ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น และการดูดซึมธาตุเหล็กดีขึ้นด้วย คุณแม่จึงควรกินอาหารที่มีเกลือแร่และวิตามินต่างๆ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ควรกินมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการขาดวิตามินบางชนิดจะมีผลต่อทารกในครรภ์เช่นขาดวิตามินเอทำให้เคลือบฟันของฟันน้ำนมของเด็กหายไปบางส่วนขาดวิตามินซี ทำให้เด็กมีกระดูกบาง เส้นใยกระดูกลดลงและการสร้างฟันน้ำนมไม่สมบูรณ์
  • อาหารที่มีกากใย เพื่อป้องกันปัญหาท้องผูก โดยเฉพาะผักผลไม้ โฮลวีต ถั่วต่างๆ แต่อย่ากินอาหารที่ทำจากรำข้าวมากเกินไป เพราะจะทำให้การดูดซึมสารอาหารอื่นๆ น้อยลง
  • กรดโฟลิก มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของประสาทส่วนกลางของทารก โดยเฉพาะในสัปดาห์แรกๆ กรดโฟลิกนั้นร่างกายไม่สามารถสะสมได้ คุณแม่จึงควรกินผักสดที่มีสีเขียวเข้มทุกวัน
  • น้ำสะอาด คุณแม่ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อให้ไตแข็งแรงและลดปัญหาท้องผูก



โภชนาการคุณแม่

กินอย่างไรเมื่อตั้งครรภ์ article
อาหารที่แม่ควรหลีกเลี่ยง article
ทำอย่างไร...เมื่อคุณแม่ท้องผูก article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.